เหรียญโปรยทาน ทำไมต้องโปรยในงานบวช งานเผาศพ

ทำไมต้องโปรยเหรียญโปรยทาน

เหรียญโปรยทาน คือ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในงานศพและงานบวช ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า การโปรยทานด้วยเหรียญเกิดขึ้นเมื่อไร และที่ใด แต่อย่างที่ทุกๆท่านรู้ๆเห็นๆ คือ จะพบเห็นการโปรยเหรียญนี้ได้ตามงานบวช และงานเผาศพ ได้ทั่วทุกวัดในประเทศไทย

เหรียญโปรยทาน
เหรียญโปรยทานงานศพ

เพราะจากอุปนิสัยคนไทยชาวพุทธส่วนใหญ่ ชอบการทำบุญทำทาน สามารถทำได้ทั้งวัน ทุกวัน เพราะการทำบุญทำทานตามที่พระพุทธศาสนาบัญญัติไว้ สามารถทำได้ถึง 10 แบบ ซึ่งเรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ คือ

  1. ทานมัย ทำบุญด้วยการให้
  2. สีลมัย ทำบุญด้วยการรักษาศีลและประพฤติดี
  3. ภาวนามัย ทำบุญด้วยการเจริญภาวนา
  4. อปจายนมัย ทำบุญด้วยการประพฤติอ่อนน้อม
  5. เวยยาวัจจมัย ทำบุญด้วยการช่วยขวนขวายรับใช้
  6. ปัตติทานมัย ทำบุญด้วยการด้วยการเฉลี่ยความดีให้แก่ผู้อื่น เช่นการอุทิศส่วนบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
  7. ปัตตานุโมทนามัย ทำบุญด้วยการยินดีในความดีของผู้อื่น
  8. ธัมมัสสวนมัย ทำบุญด้วยการฟังธรรม
  9. ธัมมเทสนามัย ทำบุญด้วยการสั่งสอนธรรม
  10. ทิฏฐุชุกัมมนามัย ทำบุญด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้อง

การให้ทานเหล่านี้มีอานิสงส์ที่ต่างกันไป แต่ที่เหมือนกันก็คือการให้ทานทั้ง ๕ ประการนี้ เมื่อถึงเวลาที่ผลบุญของการให้ทานจะปรากฏขึ้นมา บุคคลนั้นๆจะมีความมั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติเงินทอง นอกจากนั้นแล้วยังมีอานิสงส์อื่นเพิ่มขึ้นมาจากการให้ทานตามลักษณะของทานนั้นๆ เช่น

  • ให้ทานด้วยความศรัทธา ความเชื่อ เวลาอานิสงส์ของทานนี้เกิดขึ้นจะทำให้ไปเกิดเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม มีผิวพรรณผ่องใส
  • ให้ทานด้วยความเคารพ เช่น เวลาให้เงินขอทาน ก็โยนใส่ลงไปในขัน เป็นการให้ทานเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ให้ทานด้วยความเคารพ ถ้าจะให้ทานด้วยความเคารพ ต้องมีกิริยาอาการที่อ่อนน้อม ต้องอยู่ที่ต่ำกว่าผู้รับ อานิสงส์ของการทำทานด้วยความเคารพจะทำให้บุคคลใกล้ชิด เช่น สามีก็ดี ภรรยาก็ดี บุตรธิดาก็ดี คนรับใช้หรือบริวารก็ดี จะให้ความเคารพนับถือเลื่อมใสศรัทธาเชื่อฟังในตัวเรา
  • ให้ทานตามกาลตามเวลา หมายถึงการทำบุญให้ทานเฉพาะในวันสำคัญๆเช่น วันเกิด วันขึ้นปีใหม่ วันสำคัญทางศาสนา ถ้าไม่มีวันสำคัญเหล่านี้ก็จะไม่ได้ทำ เป็นการทำทานตามกาล อานิสงส์ของผู้ให้ทานตามกาลตามเวลาคือ เวลาเกิดความจำเป็นต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้นๆมาได้ด้วยความง่ายดาย คือมาตามกาลตามเวลาเหมือนกัน ในบางครั้งบางคราวอาจจะมีความขัดสน มีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็จะได้สิ่งนั้นมา อาจจะขัดสนเงินทองก็จะมีเงินมีทองขึ้นมา ถ้าไม่มีที่พักก็จะมีที่พักขึ้นมา ไม่มีอาหารรับประทานก็จะมีอาหารขึ้นมา อย่างนี้เป็นต้น เรียกว่าอานิสงส์ของการให้ทานตามกาล
  • ให้ทานด้วยจิตอนุเคราะห์ มีเจตนามุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น เห็นคนตกทุกข์ได้ยาก มีความลำบากลำบนก็อยากจะสงเคราะห์ เห็นคนป่วย คนเจ็บ คนแก่ คนชรา คนขอทาน คนที่ประสบกับภัยพิบัติต่างๆ น้ำท่วม ไฟไหม้ ทุกข์ยากลำบาก ก็มีความกรุณา มีความสงสารอยากจะช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่คนเหล่านั้น ด้วยการให้สิ่งของต่างๆ อานิสงส์ของทานแบบนี้ ก็คือเมื่อมีทรัพย์แล้ว จะได้ใช้ทรัพย์นั้นอย่างเต็มที่ คือจะไม่มีความรู้สึกเสียดาย ตระหนี่ หวงแหน จนกลายเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ไป มีเงินมีทองกลับไม่กล้าใช้ กลัวอด กลัวอยาก กลัวยาก กลัวจน อย่างนี้จะไม่เกิดกับคนที่ให้ทานเพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น
  • ให้ทานโดยที่ไม่กระทบตนและผู้อื่น หมายถึงเวลาให้ทาน สิ่งของที่ให้เป็นของที่หามาได้โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองหรือผู้อื่น หามาได้ด้วยความสุจริต ไม่ได้เกิดจากการฆ่า จากการลักทรัพย์ จากการพูดปดมดเท็จ จากการประพฤติผิดประเวณี ไม่ได้ขายตัวเพื่อเอาเงินมาทำบุญ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ด้วยการยัดเยียด บังคับ ให้ร่วมทำบุญ แจกซองแล้วกำหนดว่าจะต้องใส่ซองเท่านั้นเท่านี้ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าทำอย่างนี้แล้วถือว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น อานิสงส์ของการทำทานที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองหรือกับผู้อื่น คือทรัพย์สมบัติเงินทองที่มีอยู่จะไม่สูญไปเพราะภัยต่างๆ เช่นจากไฟไหม้ก็ดี น้ำท่วมก็ดี จากการถูกยึดทรัพย์ก็ดี ถูกโจรขโมยไปก็ดี ถูกลูกหลานล้างผลาญไปก็ดี

การโปรยทานถือเป็นการทำทานอย่างหนึ่ง มักนิยมโปรยทานตามงานบวชและงานเผาศพ เดิมสมัยก่อนจะนิยมโปรยเป็นเหรียญเงินเลย จะเท่าไรนั้นก็ขึ้นกับฐานะของเจ้าภาพแต่ละงาน แต่ส่วนมากจะนิยมใช้เหรียญ 1 บาท

ซึ่งเมื่อโปรยลงมาแล้วทำให้ผู้รอรับหาไม่เจอ หรือหาเจอก็เก็บรวมกับเงินเดิมของตัวเองจนไม่รู้ว่าเหรียญโปรยทานคือเหรียญไหน

ปัจจุบันจึงแก้ไขด้วยการห่อเหรียญด้วยผ้า, กระดาษ หรือริบบิ้น เพื่อให้มองเห็นง่ายๆ พร้อมกับทำเป็นรูปร่างต่างๆสวยงามน่ารัก เช่น นก ไก่ ดอกบัว ดาว ส้ม

จนกลายเป็นธุรกิจทำรายได้สูงได้อีก หากเป็นเหรียญโปรยทานงานบวชจะนิยมใช้เป็นสีสดใส ส่วนเหรียญโปรยทานงานศพจะนิยมใช้สีขาว สีดำ เป็นหลัก แต่ก็มีบางงานที่เจ้าภาพชอบสีสดใสก็สามารถใช้สีได้

เหรียญโปรยทาน ที่เก็บมาได้นี้ บางคนก็เอามาบูชาพระทุกวันเพราะเชื่อว่าจะทำให้ค้าขายร่ำรวย หรือบางคนก็เก็บสะสมไว้แล้วเอาไปหยอดตามตู้ค่าน้ำค่าไฟของวัด ก็ได้บุญกุศลอีกต่อหนึ่ง
การโปรยทานตามงานบวช นาคจะโปรยเหรียญโปรยทานก่อนเข้าโบสถ์ เพื่อเป็นการแสดงว่าต่อจากนี้ไป นาคได้สละสมบัติทุกอย่างแล้วและจะดำเนินชีวิตตามแบบอย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เหรียญโปรยทานงานฌาปนกิจศพ
เหรียญโปรยทานงานขาวดำ

ส่วนการโปรยทานตามงานเผาศพ มีจุดมุ่งหมายเพื่ออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่ผู้ตาย โดยผู้โปรยทานจะต้องตั้งจิตให้เป็นสมาธิ ตั้งใจอุทิศส่วนกุศลแห่งการโปรยทานนั้น ให้ผู้ตายได้รับประโยชน์ในผลทานที่โปรยลงไปนั้นด้วย

อย่างไรก็ตามไม่มีพุทธบัญญัติว่าต้องมีการโปรยทานตามงานบวชหรืองานเผาศพแต่อย่างใด ขึ้นอยู่กับเจ้าภาพจะตัดสินใจว่าจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่หากเจ้าภาพมีกำลัง มีฐานะที่จะทำทานนี้ได้ ก็ขอให้ยึดถือประเพณีนี้ต่อไป เพราะยังมีผู้ยากไร้ หรือผู้ที่ต้องการเงินทานเหล่านี้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก

 

ข้อมูลอ้างอิง
“ อานิสงส์ของการให้ทาน “ ของ www. kammatthana.com/D_66.htm